กรมศุลกากร ตรวจยึดธนบัตรไทย มูลค่ารวมกว่า 23 ล้านบาท ซุกซ่อนในกล่องสินค้าปลาเส้นและมันฝรั่ง พยายามลักลอบนำออกนอกราชอาณาจักร

กรมศุลกากร ตรวจยึดธนบัตรไทย มูลค่ารวมกว่า 23 ล้านบาท  ซุกซ่อนในกล่องสินค้าปลาเส้นและมันฝรั่ง พยายามลักลอบนำออกนอกราชอาณาจักร





Image
ad1

กรมศุลกากร ตรวจยึดธนบัตรไทย มูลค่ารวมกว่า 23 ล้านบาท 
ซุกซ่อนในกล่องสินค้าปลาเส้นและมันฝรั่ง พยายามลักลอบนำออกนอกราชอาณาจักร

    ด่านศุลกากรแม่สาย สำนักงานศุลกากรภาคที่ 3 โชว์ผลงานสกัดจับขบวนการลักลอบขนเงินตรา
ออกนอกราชอาณาจักร รวบตัวชายสัญชาติเมียนมาพร้อมของกลางธนบัตรไทย มูลค่ากว่า 23 ล้านบาท ซุกซ่อนในกล่องสินค้าปลาเส้นและมันฝรั่ง หวังตบตาเจ้าหน้าที่ขับรถข้ามแดนไปยังฝั่งเมียนมา 

    นายวาริส วิสารทานนท์ นายด่านศุลกากรแม่สาย  เปิดเผยว่า กรมศุลกากรขานรับนโยบายของรัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และ ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในการเพิ่มความเข้มงวดในการป้องกันและปราบปราม
การกระทำผิดกฎหมายศุลกากรและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง ซึ่งนายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร 
นายดิเรก คชารักษ์ รองอธิบดีกรมศุลกากร และนางสาวประอรรัตน์ รัตนพรสมปอง ผู้อำนวยการสำนักงานศุลกากรภาคที่ 3 ได้กำชับให้ทุกด่านที่อยู่ภายใต้การดูแลของสำนักงานศุลกากรภาคที่ 3 ดำเนินการอย่างสุดความสามารถ

    กระทั่งเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2569 สำนักงานศุลกากรภาคที่ 3 โดยด่านศุลกากรแม่สาย ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนและปราบปราม ร่วมกับ เจ้าหน้าที่ฝ่ายควบคุมและตรวจสอบทางศุลกากร ได้ทำการตรวจค้นรถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน ป้ายทะเบียนประเทศเมียนมา บริเวณช่องทางเดินรถขาออกนอกราชอาณาจักร ด่านพรมแดนแม่สายแห่งที่ 1 ห่างจากจุดที่ปฏิบัติพิธีการศุลกากรขาออกประมาณ 10 เมตร และห่างจากชายแดนไทย - เมียนมา ประมาณ 20 เมตร โดยมีชายสัญชาติเมียนมา อายุ 31 ปี เป็นผู้ควบคุมรถยนต์คันดังกล่าว ซึ่งได้ผ่านการตรวจลงตราหนังสือเดินทางขาออกของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดเชียงรายแล้ว

    ผลการตรวจค้น พบธนบัตรไทยฉบับละ 1,000 บาท ซุกซ่อนในกล่องลังกระดาษสินค้าปลาเส้นและมันฝรั่ง จำนวน 2 กล่อง กล่องที่ 1 บรรจุธนบัตร 1,000 บาท จำนวน 17 มัด มัดละ 1,000,000 บาท รวมจำนวนทั้งสิ้น 17,000,000.00 บาท (สิบเจ็ดล้านบาท) กล่องที่ 2 บรรจุธนบัตร 1,000 บาท จำนวน 6 มัด มัดละ 1,000,000 บาท และธนบัตร 1,000 บาท อีกจำนวน 23 ฉบับ รวมจำนวนทั้งสิ้น 6,023,000.00 บาท (หกล้านสองหมื่นสามพันบาท) รวมเป็นเงินจำนวนทั้งสิ้น 23,023,000.00 บาท (ยี่สิบสามล้านสองหมื่นสามพันบาท) โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน และไม่ได้แจ้งต่อพนักงานศุลกากรในการนำเงินดังกล่าวออกไปนอกราชอาณาจักร จึงได้ยึดของกลางและจับกุมดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

    การกระทำดังกล่าวเป็นการพยายามลักลอบส่งเงินตราไทยออกไปนอกราชอาณาจักรซึ่งยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากร อันเป็นความผิดตามมาตรา 242 ประกอบมาตรา 252 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 ประกอบมาตรา 80 แห่งประมวลกฎหมายอาญา และเป็นความผิดตามมาตรา 8 และมาตรา 8 ทวิ แห่งพระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พ.ศ. 2485