ตำรวจอุทัยธานีคุมตัวผู้ต้องหาชี้จุด 7 จุดฆ่าหนุ่มใหญ่วัย 40 ปีหมกโรงแรมปมหึงโหด

ตำรวจอุทัยธานีคุมตัวผู้ต้องหาชี้จุด 7 จุดฆ่าหนุ่มใหญ่วัย 40 ปีหมกโรงแรมปมหึงโหด





Image
ad1

อุทัยธานี- คุมตัวผู้ต้องหาชี้จุด 7 จุดก่อนเพื่อนเสียชีวิตคาโรงแรม ก่อนตายมีการโต้เถียงเกี่ยวกับภรรยาทีมีความสัมพันธ์กับผู้ตายมาก่อนอาจทำให้ผู้ต้องหาบันดาลโทสะ   พ่อแม่สุดเอือมติดคุกมา 2ครั้ง ครั้งล่าสุดพยายามแหกคุกหนีจากเรือนจำ พ่อแม่หมดที่ดินเป็นแปลงๆช่วยคดี 

ต่อข่าว จากกรณีเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 4 มิถุนายน 2569 ตำรวจ สภ.ลานสัก จ.อุทัยธานี รับแจ้งพบชายเสียชีวิตปริศนาภายในห้องพักรีสอร์ตแห่งหนึ่งใน อ.ลานสัก ทราบชื่อคือ นายอดุลย์ มาละตัง อายุประมาณ 40 ปี สภาพศพนอนเสียชีวิตอยู่ภายในห้องพักหน้าห้องน้ำ โดยพบคราบเลือดหลายจุดภายในห้อง ขณะที่เจ้าของรีสอร์ตให้ข้อมูลว่า คืนเกิดเหตุเห็นผู้ตายเดินทางมาเปิดห้องพักพร้อมกับ นายพิเชษฐ์ พนมเวช เพื่อนของผู้ตาย ก่อนที่ในเวลาต่อมาจะพบศพนายอดุลย์เสียชีวิต และนายพิเชษฐ์ได้หายตัวไปพร้อมรถจักรยานยนต์ ทำให้ตำรวจได้เชิญตัวนายพิเชษฐ์มายัง สภ.ลานสัก และสอบสวนเพื่อคลี่คลายสาเหตุการเสียชีวิตดังกล่าว

ต่อมา ที่ สภ.ลานสัก ทางด้านนายประเชิญ พนมเวช อายุ 64 ปี พ่อของนายพิเชษฐ์ ผู้ต้องหา พร้อมด้วยแม่เลี้ยง ได้เดินทางมาเยี่ยมลูกชาย หลังถูกควบคุมตัวมาสอบปากคำ 

ผู้สื่อข่าวได้พูดคุยกับนายประเชิญ เปิดเผยว่า ตนเองมีนายพิเชษฐ์เป็นลูกชายเพียงคนเดียว และโดยปกติตนไม่ได้อาศัยอยู่บ้านหลังเดียวกับลูกชาย โดยลูกชายพักอยู่อีกหลังหนึ่ง ห่างจากบ้านของตนประมาณ 500 เมตร และไม่ค่อยได้พบหน้ากันมากนัก โดยปกติจะมาหาตนประมาณทุก 4-5 วันครั้ง

ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น นายประเชิญ เล่าว่า เมื่อช่วงเช้าวานนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ลานสัก ได้เดินทางมาที่บ้านเพื่อสอบถามหาลูกชาย แต่ไม่ได้แจ้งรายละเอียดว่าลูกชายไปทำอะไรมา ตนจึงบอกเพียงว่าบ้านของลูกชายอยู่ห่างออกไปประมาณ 500 เมตร ก่อนที่ตำรวจจะเดินทางไปควบคุมตัวลูกชายมาสอบสวนที่ สภ.ลานสัก โดยตนไม่ได้เดินทางไปด้วย

กระทั่งมาทราบภายหลังว่า ลูกชายเป็นบุคคลที่เดินทางไปกับนายอดุลย์ ผู้เสียชีวิต และเป็นคนสุดท้ายที่อยู่กับผู้ตายภายในห้องพัก ก่อนจะขี่รถจักรยานยนต์ออกจากรีสอร์ตเพียงลำพัง ส่วนตัวนายอดุลย์นั้น ตนไม่เคยรู้จักมาก่อน และไม่ทราบว่าทั้งสองไปรู้จักกันได้อย่างไร

สำหรับคดีที่เกิดขึ้น นายประเชิญ ระบุว่า ลูกชายไม่ได้ยอมรับว่าทำร้ายจนอีกฝ่ายเสียชีวิต แต่ยอมรับว่าได้ลงมือทำร้ายร่างกายจริง ซึ่งตนเองก็ไม่ทราบรายละเอียด เนื่องจากไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าลูกชายมีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับยาเสพติดมานานกว่า 10 ปี และเคยมีพฤติกรรมรุนแรงมาก่อน

โดยในช่วงปี 2566-2567 ลูกชายเคยถูกดำเนินคดีเกี่ยวกับยาเสพติด รวมถึงคดีพยายามฆ่าภรรยา ซึ่งตนต้องขายที่ดินเพื่อนำเงินจำนวน 250,000 บาท มาต่อสู้คดี จนสุดท้ายเหลือเพียงคดีทำร้ายร่างกาย นอกจากนี้ ระหว่างถูกคุมขังยังมีพฤติกรรมพยายามหลบหนีจากเรือนจำ จนถูกลงโทษเพิ่ม และเพิ่งพ้นโทษออกมาได้ประมาณ 6 เดือน

 ตำรวจคุมตัวผู้ต้องหาทำแผน 7 จุดตลอดคืนเกิดเหตุ ไล่เรียงเส้นทางตั้งแต่ซื้อเหล้า นั่งดื่มริมทาง ไปจนถึงบ้านหญิงที่ถูกกล่าวอ้างและรีสอร์ตจุดพบศพ ขณะที่ผู้ต้องหายังคงยืนกรานปฏิเสธไม่ได้ลงมือ แม้พยานหลายปากจะให้ข้อมูลขัดแย้งกับคำกล่าวอ้าง จนเกิดการโต้เถียงกันระหว่างทำแผน ก่อนตำรวจต้องเข้าควบคุมสถานการณ์

หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้พานายพิเชษฐ์ พนมเวช อายุ 35 ปี ผู้ต้องหา เดินทางออกจากสภ. ลานสัก ไปชี้จุดต่างๆ ภายในคืนวันที่3 คาบเกี่ยวมาวันที่ 4 มิถุนายน ที่นายอดุลย์เสียชีวิต โดยในช่วงนี้ทีมข่าวก็ได้สอบถามเพิ่มเติมถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เจ้าตัวก็ได้ยืนยันว่าวันที่เกิดเหตุได้ไปซื้อยาเสพติดที่บ้านนางสาวอึ่ง และอ้างตัวคนตายถูกลูก และเพื่อนลูกชายของนางสาวอึ่งกระทืบ ปฏิเสธตนเองไม่ได้ทำ

จุดที่1 + จุดที่ 2  จะเป็นจุดที่ 1 นายพิเชษฐ์และนายอดุลย์ไปซื้อของที่เซเว่น ปตท. จุดที่2 ทั้งสองคนไปซื้อเหล้า ได้เดินทางมายังจุดที่ 3 บริเวณหน้าปากซอยเทศบาล3 ตำบลลานสัก อำเภอลานสัก จังหวัดอุทัยธานี // ซึ่งเป็นจุดที่นายพิเชษฐ์ และนายอดุลย์ หลังจากได้ซื้อเหล้าแล้ว ก็ได้ขี่รถจักรยานยนต์มาจอดและซื้อคอหมูย่าง ก่อนที่ทั้งคู่จะขี่รถจักรยานยนต์ไปเติมน้ำมันและนั่งดื่มเหล้ากัน ที 4 แยกบ้านล่องตาที  

ต่อมาจุดที่4 ใกล้กับบริเวณตลาดกลางผลไม้ห้วยขาแข้ง ตำบลระบำ อำเภอลานสัก จังหวัดอุทัยธานี // จุดที่นายพิเชษฐ์ และนายอดุลย์ได้เติมน้ำมันหยอดเหรียญ จำนวน 40 บาท ก่อนจะมี การชักชวนให้ไปดื่มเหล้าตรงข้ามกับตู้น้ำมันหยอดเหรียญ ซึ่งนายพิเชษฐ์ก็ได้มีการจำลองท่านั่งกับพื้นตอนดื่มเหล้าด้วยกัน 2 คนก็จอด ซึ่งนายพิเชษฐ์กล่าวว่า ได้มีการชักชวนให้ไปนั่งดื่มที่บ้านของตนเองไหม ซึ่งพอพูดคุยกันไปมาตนเองได้มีการชวนนายอดุลย์ไปซื้อยาเสพติดที่บ้านของนางอึ่ง เพราะอ้างว่า จุดนั้นเป็นจุดที่คนตายโดนทำร้าย

ต่อมาจุดที่5 บ้านของนางอึ่ง ในตำบลระบำ อำเภอลานสัก จังหวัดอุทัยธานี // จุดที่นายพิเชษฐ์ และนายอดุลย์ ได้ขี่รถจักรยานยนต์มาซื้อยาเสพติด ตามคำกล่าวอ้าง โดยนายพิเชษฐ์อ้างว่า ได้มาซื้อยาเสพติดกับนางอึ่ง 3 เม็ด ในราคา 200 บาท โดยอ้างว่า ตอนที่มาถึงได้ขับรถจยย. มาจอดหน้าบ้านของนางอึ่ง และตอนนั้นก็ได้มีการแบ่งเหล้าให้กับเยาวชนทั้งสี่คนดื่มด้วย หลังจากนั้นก็อ้างว่า เห็นนายอดุลย์เดินเข้าไปนอนในบ้านของนางอึ่ง พร้อมกับอ้างว่า เยาวชนทั้ง 4 คนเป็นคนทำร้ายนายอดุลย์ในบ้าน ยืนยันไม่ได้มีการเอาเหล้าราดหน้าของผู้ตาย แต่เอาเหล้าเทใส่ปากนายอดุลย์ ทั้งนี้จุดนี้นายพิเชษฐ์ก็ได้อ้างว่า ส่วนยาเสพติดนั้นที่ซื้อมาสามเม็ดแบ่งกันเสพคนละเม็ดส่วนอีกเม็ดก็เอาไปให้คนรู้จักเสพอีกที

ในระหว่างนั้นเยาวชนชายทั้ง 4 คนก็ยืนยันว่าเห็นนายพิเชษฐ์กระทืบนายอดุลย์คนตายหน้าประตูบ้าน ซึ่งระหว่างนั้นนายพิเชษฐ์ก็พยายามปฏิเสธ จนทำให้เยาวชนชายทั้ง 4 คนจะพุ่งเข้าไปหานายพิเชษฐ์ จนเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องห้ามไว้ โดยกลุ่มเยาวชนก็กล่าวว่า หลังจากนายอดุลย์โดนกระทืบแล้วก็พยามที่จะพยุง แต่ตอนนั้นตัวคนตายไม่ยอมให้กลุ่มพวกตนพยุงและลุกขึ้น โดยยืนยันว่าไม่ได้มีการทำร้ายร่างกายคนตาย

ต่อมาจุดที่6 รีสอร์ทที่พบศพของนายอดุลย์ ตำบลลานสัก อำเภอลานสัก จังหวัดอุทัยธานี // โดยนายพิเชษฐ์กล่าวว่า ได้ขี่รถจักรยานยนต์พานายอดุลย์มาจอดที่ห้องเบอร์5 ในรีสอร์ทแห่งนี้ ก่อนทั้งคู่จะเดินเข้าไปในห้อง โดยอ้างว่า ในห้องนี้ตนเองนั่งอยู่ปลายเตียงชาร์จแบตโทรศัพท์อยู่ ส่วนนายอดุลย์นั่งอยู่กับพื้นด้านล่าง บางทีก็นอนลงกับพื้น ก่อนที่นายอดุลย์จะไปนั่งพิงประตูห้องน้ำ ซึ่งคนตายก็ดื่มเหล้า ตัวเองก็เห็นว่าเขาไม่ไหวจึงได้บอกว่า ไม่ไหวก็กลับบ้าน ก่อนอ้างว่า คนตายบอกว่า “ไปก่อนเถอะ” หลังจากนั้นตนเองจึงได้ขี่รถจักรยานยนต์ออกมาจารีสอร์ทเพียงคนเดียว พร้อมอ้างว่า ได้มีการแจ้งให้กับญาตินายอดุลย์ให้มารับแล้ว 

ในระหว่างที่ 2 คนอยู่ในห้องได้มีปากเสียงทะเลาะกัน เกี่ยวกับผู้หญิงผู้ตายนั้นเคยมีความสัพพันธ์กับภรรยาของนายพิเชษฐ์ มาก่อนทีจะได้นายพิเชษฐ์ ผู้ต้อง จะมีอะไรกัน  จนส่งเสียงดังออกมาด้านนอก จนเจ้าของรีสอทร์ ได้ยิน กลางดึก หลังจากเปิดห้องทั้ง 2 เข้าไปพักแล้วซึ่งหลังจากจุดที่6 สำหรับการทำแผนนั้น ทีมข่าวก็ได้สอบถามครั้งสุดท้ายว่า ยืนยันว่าตัวเองได้ทำนายอดุลย์เสียชีวิตไหม นายพิเชษฐ์ก็ยืนยันว่า ตนเองไม่ได้ทำ ถ้าตนเองทำจะไปบอกญาติของคนตายทำไม ทีมข่าวจึงย้ำไปว่า อยากขอโทษไหม นายพิเชษฐ์ ก็ยังยืนยันคำเดิมว่าตนเองไม่ได้ทำแล้วจะขอโทษทำไม

ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ ตั้งข้อสันนิษฐาน ไว้ 2 ประเด็น คือ 1 เกี่ยวกับยาเสพติดที่ นายพิเชษฐ์ พนมเวช ผู้ต้องหามีประวัติผัวพันธ์มาหลายปี และ2 เกี่ยวกับเรื่องชูสาว ทีไปมีปากเสียงกันภายในห้อง มีการโต้เถียงเกี่ยวกับทีผู้ตายเคยมีอะไรกับภรรยาใหม่นายพิเชษฐ์ พนมเวช ผู้ต้องหามาก่อนที่ ผู้ต้องหาพึ่งจะได้มา 4 วัน พอผู้ตายพูดเรื่องนี่ขึ้นมาสร้างความไม่พอใจกับนายพิเชษฐ์ พนมเวช ผู้ต้องหา จึงบันดาลโทสะดังกล่าว

เบื้องตนเจ้หน้าที่ตำรวจได้ตั้งข้อกล่าวกับ นายพิเชษฐ์ พนมเวช ผู้ต้องหาตอนนี้แจ้งข้อหาเสพยา เป็นอันตรายต่อบุคคลอื่นส่วนข้อหาอื่น พนักงานสอบสวน กำลังรวบรวมพยานหลักฐาน แจ้งข้อหา โดยจำเพราะวัยรุ่น 4 คน เจ้าหน้าที่ได้เชิญตัวมาสอบปากคำ เป็นพยาน พร้อมสหวิชาชีพ ดังกล่าว