น้ำตานองปราจีนฯ! “ดร.สุภาภรณ์” ร่ำไห้เปิดใจ ครั้งหนึ่งในชีวิตเข้าเฝ้าฯ “พระองค์ภา”

มานิตย์ สนับบุญ ผู้สื่อข่าว รายงานจาก จ.ปราจีนบุรี ระบุว่า หัวใจคนไทยทั้งชาติยังคงคิดถึงและเอ่อล้นไปด้วยความจงรักภักดี! ล่าสุด ดร.สุภาภรณ์ ปิติพร หญิงแกร่งแห่งวงการสมุนไพร ประธานกรรมการบริหารฝ่ายพัฒนาภูมิปัญญาไทย และเลขาธิการมูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ในพระอุปถัมภ์ฯ ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวด้วยน้ำตาคลอเบ้า ถึงความปลาบปลื้มอันหาที่สุดมิได้ในชีวิต คราวที่เคยรับเสด็จและเข้าเฝ้าถวายรายงานอย่างใกล้ชิด แด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา

ดร.สุภาภรณ์ ย้อนความทรงจำสุดเอ็กซ์คลูซีฟกลับไปเมื่อ วันพุธที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2563 ครั้งที่พระองค์ท่านเสด็จพระราชดำเนินเป็นการส่วนพระองค์มายังจังหวัดปราจีนบุรี เพื่อทรงงานใน "โครงการพัชรสุธาคชานุรักษ์" (พื้นที่ป่ารอยต่อ 5 จังหวัดในภาคตะวันออก) ซึ่งพระองค์ทรงนำคณะทำงานและผู้แทนชุมชนลุยพื้นที่ศึกษาดูงานเรื่องการบริหารจัดการน้ำชุมชน ณ ตำบลดงขี้เหล็ก อำเภอเมืองปราจีนบุรี และระบบการแพทย์แผนไทย ณ โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร

ดร.สุภาภรณ์ ปิติพร ประธานกรรมการบริหารฝ่ายพัฒนาภูมิปัญญาไทย
“ภาพที่ประทับใจลึกสุดใจและเป็นรอยจำอยู่จนถึงวันนี้ คือพระองค์ท่านทรงเป็นกันเองมาก ทรงนั่งกับพื้นเพื่อคุยงานกับทีมงาน ณ พื้นที่สปา ในขณะที่ดิฉันถวายรายงาน พระองค์ทรงตั้งใจฟังอย่างจดจ่อ สายพระเนตรเต็มไปด้วยความห่วงใยราษฎร ทรงเป็นเจ้าฟ้าเด็ดเดี่ยว คล่องแคล่ว ว่องไว ชนิดที่ภาษาชาวบ้านต้องเรียกว่า ทรงเป็น ขาลุย ตัวจริง!” ดร.สุภาภรณ์ กล่าวด้วยเสียงสั่นเครือ

รายงานข่าวเจาะลึกพบว่า พระกรณียกิจของพระองค์ภาฯ ที่เชื่อมโยงกับโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรนั้น ทรงมุ่งเน้นการให้โอกาสทางสังคมควบคู่ภูมิปัญญาไทย โดยเฉพาะวิกฤตปัญหาระดับโลกอย่างความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างป่าที่เข้ามาพังพืชผลชาวบ้าน พระองค์ทรงมีแนวคิดเด็ดเดี่ยว "ช้างอยู่ได้ คนอยู่ด้วย" ทรงสั่งการให้ค้นคว้าหาพืชแนวกันชน จนกลายเป็นที่มาของสูตรลับสมุนไพรที่ช้าง "ชอบ - ไม่ชอบ"

ดร.สุภาภรณ์ เผยถึงผลวิจัยสนองพระดำริว่า ช้างมีจมูกที่รับกลิ่นได้ดีกว่าสุนัขถึง 2 เท่า และเกลียดพืชมีหนาม ทางอภัยภูเบศรจึงเสนอพืชหนามและกลิ่นฉุน ได้แก่:

• พืชมีหนามตัวเด็ด: Agave (อากาเว่), Cactus (กระบองเพชร) และหนามระเวียง
• กลิ่นฉุนที่ช้างส่ายหัว: กลิ่นส้ม, มะนาว, มะกรูด รวมถึงพืชรสเผ็ดร้อนอย่าง พริก และพริกไทย
• พืชเศรษฐกิจทางรอดชาวบ้าน: "ไม้กฤษณา" ที่ช้างไม่ชอบกลิ่น แต่น้ำมันส่งออกได้ราคาดี และใบกฤษณายังมีสรรพคุณป้องกันสมองเสื่อม ช่วยสร้างรายได้ให้คนในป่ารอยต่อ 5 จังหวัดได้อย่างยั่งยืน!

นอกจากนี้ ดร.สุภาภรณ์ ยังเล่าถึงเบื้องหลังความตื้นตันที่เคยหลอมรวมหน่วยงานที่แยกกันทำ ทั้งป่าไม้ เกษตร ชุมชน ให้เป็นหนึ่งเดียวเพราะบารมีของพระองค์ รวมถึงการที่อภัยภูเบศรเคยปรุงสูตร "ยาทาน้ำกัดเท้า" (BP Oilment) ถวายแด่มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย เพื่อส่งต่อความช่วยเหลือไปถึงมือผู้ประสบภัยในยามวิกฤตอีกด้วย

ไม่เพียงแต่เรื่องช้างป่า! ดร.สุภาภรณ์ ยังระลึกถึงเหตุการณ์ประวัติศาสตร์เมื่อ วันจันทร์ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2552 ครั้งที่พระองค์ภาฯ เสด็จฯ มาทรงเปิด "ศูนย์ฝึกอบรมการแพทย์แผนไทยอภัยภูเบศร" ซึ่งเป็นความร่วมมือกับ "โครงการกำลังใจ ในพระดำริฯ"

ในครั้งนั้น พระวิสัยทัศน์ของพระองค์ทำเอาบุคลากรทางการแพทย์น้ำตาซึม ทรงโปรดให้ฝึกอบรมอาชีพนวดแผนไทยและแปรรูปสมุนไพรให้แก่ ผู้ต้องขังหญิงที่ใกล้พ้นโทษ จากเรือนจำมณฑลทหารบกที่ 12(มทบ.12) และเรือนจำจังหวัดปราจีนบุรี เพื่อให้กลุ่มผู้ด้อยโอกาสมีอาชีพติดตัว ไม่กลับไปทำผิดซ้ำ ยืนหยัดในสังคมได้อย่างมีศักดิ์ศรี
รวมถึงคราวเสด็จฯ เยี่ยมชมทัศนียภาพอันงดงาม ณ ตึกเจ้าพระยาอภัยภูเบศร (ตึกโบราณสีเหลืองสดสไตล์บาโรค) ทรงสนพระทัยการผลักดันแพทย์แผนไทยสู่สากลอย่างจริงจัง จนกลายเป็นรากฐานระบบสาธารณสุขไทยในปัจจุบัน

ทางด้านความเคลื่อนไหวจากทางจังหวัด นายชนาธิป โคกมณี รองผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี เปิดเผยแผนการจัดงานครั้งสำคัญว่า จังหวัดปราจีนบุรีได้รับมอบหมายให้จัดพิธีถวายน้ำสรงพระศพหน้าพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เพื่อเปิดโอกาสให้ข้าราชการและประชาชนได้ร่วมแสดงความอาลัยและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ โดยรายละเอียดกำหนดการและข้อมูลการเข้าร่วมพิธีการสำคัญ มีดังต่อไปนี้

วัน-เวลา และสถานที่จัดงาน พิธีการสำคัญจะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 13 มิถุนายน 2569 ตั้งแต่เวลา 08.00 น. ไปจนถึงเวลา 16.00 น. ณ อาคารพิพิธภัณฑ์สีลวิสุทธโสภณอนุสรณ์ วัดสง่างาม ตำบลบางบริบูรณ์ อำเภอเมืองปราจีนบุรี จังหวัดปราจีนบุรี
กำหนดการสำคัญในพิธี
• เวลา 08.30 น. ข้าราชการ คณะผู้แทนหน่วยงาน และประชาชนผู้ร่วมงานเดินทางมาพร้อมกัน ณ สถานที่จัดพิธี
• เวลา 09.30 น. ประธานในพิธีจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย และจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยหน้าพระรูปฯ จากนั้นพระสงฆ์จำนวน 10 รูป ร่วมสดับปกรณ์ (บังสุกุล) ก่อนที่จะเริ่มพิธีถวายน้ำสรงพระศพหน้าพระฉายาลักษณ์ตามลำดับ

ข้อปฏิบัติและการแต่งกายเข้าร่วมงาน ทางจังหวัดปราจีนบุรีขอความร่วมมือจากผู้เข้าร่วมงานทุกคนในการแต่งกายเพื่อไว้อาลัยอย่างพร้อมเพรียง โดยข้าราชการให้แต่งกายด้วยชุดปฏิบัติราชการปกติขาวไว้ทุกข์ สำหรับประชาชนทั่วไปและผู้แทนชุมชน ให้แต่งกายด้วยชุดสุภาพไว้ทุกข์ (สีดำหรือสีสุภาพตามธรรมเนียม)
“แม้ช่วงเวลาที่ได้เข้าเฝ้าฯ จะเป็นเพียงเวลาไม่นาน แต่ความน่ารัก เข้มแข็ง จริงใจ และไม่ถือพระองค์ของพระองค์ภาฯ จะประทับอยู่ในใจของพวกเราชาวอภัยภูเบศรและคนไทยไปจนวันตาย ในนามของอภัยภูเบศร เราขอให้สัตย์ปฏิญาณว่าจะเดินหน้าสืบสานสิ่งดีงาม ทำหน้าที่เยียวยาประชาชน และสู้เพื่อผืนแผ่นดินไทยตามรอยพระบาทของพระองค์ตลอดไป” ดร.สุภาภรณ์ กล่าวทิ้งท้ายด้วยปณิธานอันแน่วแน่

### มานิตย์ สนับบุญ / ณัฐนันท์ – ภาพ / ปราจีนบุรี ###

