ไวยาวัจกร ปะทะเดือดกรรมการ วัดหนองกระดี่นอก (หลวงพ่อเคลือบ) โต้เถียงเรื่องเงินวัด เกือบวางมวยต่อหน้าชาวบ้าน กว่า 30 คน

อุทัยธานี-ไวยาวัจกร ปะทะเดือดกรรมการ วัดหนองกระดี่นอก (หลวงพ่อเคลือบ) ต.หนองยายดา อ.ทัพทัน โต้เถียงเรื่องเงินวัด เกือบวางมวยต่อหน้าชาวบ้าน กว่า 30 คน

เมื่อช่วงเย็น เวลา 18.30 น.วันที่ 25 มิ.ย.ที่ผ่านมา ที่วัดหนองกระดี่นอก (หลวงพ่อเคลือบ) หมู่ 3 บ้านหนองกระดี่ ต.หนองยายดา อ.ทัพทัน จ.อุทัยธานี ได้มีชาวบ้านหมู่ 3 บ้านหนองกระดี่ ประมาณกว่า 30 คน มาประชุมเพื่อเลือกไวยาวัจกรประจำวัดคนใหม่ ที่บริเวณศาลาข้างหลวงปู่เคลือบได้มีชาวบ้านมาพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องเงินของชาวบ้านทีมาทำบุญหลวงพ่อเคลือบ ที่วัดหนองกระดี่นอก

โดยมีอดีตผู้ใหญ่บ้านนายเอกพจน์ พลพัฒน์ ซึ่งเป็นไวยาวัจกรของวัด ได้มีการโต้เถียงกับนายวิรัตน์ ทาล้วน เป็นกรรมการวัดโดยทางเจ้าอาวาสองค์ใหม่ ได้ไว้ใจ ให้ดูแลการเงินแทนนายเอกพจน์ ที่เป็นไวยาวัตรกรคนปัจจุบัน ทั้งนี้นายเอกพจน์ และชาวบ้าน ได้ให้นายวิรัตน์ ชี้แจงเกี่ยวกับเรื่องที่จะให้ตนเองไปเบิกเงินที่อยู่ในบัญชีเก่า ซึ่งเป็นบัญชีเก่าสมัยที่พระมหาต้อยรักษาการอยู่เก็บไว้ในบัญชี

หลังจากนั้นทั้งสองพร้อมกับชาวบ้านกว่า 30 คนได้ไปร่วมประชุมกันที่ศาลาหลวงพ่อเคลือบ โดยมีผู้ใหญ่บ้านนายไทยพล พร้อมด้วยพระสมัย เจ้าอาวาสวัดหนองกระดี่องค์ปัจจุบัน ให้มีการเลือกไวยาวัจกร และกรรมการวัดคนใหม่โดยอ้างว่า ไวยาวัจกร และกรรมการวัดนั้นได้หมดวาระแล้วตามวาระของเจ้าอาวาสองค์เก่าได้ลาออกไป ซึ่งชาวบ้านแบ่งเป็น 2 กลุ่ม

โดยอีกกลุ่มหนึ่งสนับสนุนนายเอกพจน์ ไวยาวัจกรคนเก่า และนายวิรัตน์ซึ่งเป็นกรรมการคนเก่า หลังจากนั้นชาวบ้านให้ นายวิรัตน์ชี้แจงเกี่ยวกับเรื่องเงินที่ปัจจุบันนี้นำไปใช้อะไรบ้าง แต่การชี้แจงของนายวิรัตน์ ยังไม่ค่อยสมบรูณ์ โดยกล่าวว่าเงินในบัญชียังมีอยู่ แต่นำไปใช้ภายในวัด และมีการปรับปรุงภายในวัดใหม่มีค่าใช้จ่าย แต่เงินไม่พอจึงขอเบิกเงินในบัญชีเก่า ซึ่งชาวบ้านจะร่วมกันตรวจสอบต่อไป

ด้านอดีตผู้ใหญ่บ้านนายเอกพจน์ ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่าก่อนหน้านั้นตนเองได้รับการแต่งตั้งจากพระมหาสุนทร ซึ่งเป็นเจ้าคณะอำเภอทัพทัน และได้มาเป็นเจ้าอาวาสวัดหนองกระดี่นอก โดยแต่งตั้งให้ตนเองเป็นไวยาวัชกร และให้นายวิรัตน์ เป็นคณะกรรมการวัดหลังจากนั้นพระมหาสุนทร ไม่ได้มาจำวัดที่วัดหนองกระดี่นอกโดยให้พระมหาต้อย รักษาการแทนเจ้าอาวาสโดยทุกเย็นตนเองกับพระมหาต้อยจะนำเงินจากตู้บริจาคที่วิหารหลวงพ่อเคลือบ

และที่จำหน่ายวัตถุมงคลของหลวงพ่อเคลือบ มานับที่กุฏิโดยมีพระภายในวัดมาช่วยนับ หลังจากนับเสร็จก็จะใส่ตู้เซฟไว้ หลังจากนั้นก็จะนำไปฝากธนาคาร โดยช่วงนั้นจะมีเงินอยู่ประมาณ 5 ล้านกว่า เนื่องจากเป็นวัดที่มีขุมทรัพย์มหาศาล มีญาติโยมมาทำบุญ แก้บน ทุกวัน จึงต้องมีความชัดเจนในเรื่องเงิน

จากการสอบถาม เจ้าอาวาสพระสมัย ได้ชี้แจงว่าเงินที่เก็บรุ่นก่อน 5 ล้านกว่านั้นอาตมาเป็นเจ้าอาวาสยังไม่เคยนำมาใช้เลยโดยใช้เงินปัจจุบันไปปรับปรุงภายในวัดและมีการปรับปรุงโบสถ์แต่เงินปรับปรุง นั้นไม่พอจึงขอเบิกบัญชีเก่ามาสมทบประมาณแสนกว่าบาท

